โอซีซีเพิ่มไลน์ธุรกิจ  นำเข้าเครื่องสำอางแบรนด์ดังจากฝรั่งเศส  ขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่  หวังดันตัวเลขผลประกอบการเพิ่มขึ้นอีก 20%  ในปี  2017         
   
                คุณธีรดา  อำพันวงษ์ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โอซีซี   เปิดเผยว่า “โอซีซี กรุ๊ป ได้นำเข้าเครื่องสำอางแบรนด์ใหม่ PAUL & JOE ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ระดับ PRESTIGE จากประเทศฝรั่งเศส เน้นกลุ่มลูกค้าอายุระหว่าง 20-30 ปี ซึ่งแบรนด์ PAUL & JOE มีชื่อเสียงอย่างมากทั้งในแถบยุโรป และเอเชีย นับเป็นกลยุทธ์แบรนด์ใหม่ที่มาเสริมทัพธุรกิจในกลุ่มสินค้าด้านความงามขององค์กรโดยเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมาได้ทำการเปิดเคาน์เตอร์แรกของเครื่องสำอางดังกล่าว ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัล ลาดพร้าว   เพื่อ รองรับความต้องการของสาวๆ สาวก PAUL & JOE พร้อมจัดกิจกรรม WORKSHOP  แนะนำผลิตภัณฑ์ Primer และเทรนด์การแต่งหน้าในสไตล์ PARISIAN  LOOK  สีสันที่สะท้อนความ สุข ความอบอุ่น และความมีชีวิตชีวาในตัวหญิงสาว ให้กลับมาคุกรุ่นอีกครั้ง  โดยมีเหล่า CELEBRITY, BEAUTY BLOGGER, FIRST JOBBER และนิสิตนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กว่า 100 คน ซึ่งกระแสตอบรับจากการเปิดตัวเคาน์เตอร์ PAUL & JOE แห่งแรกรวมถึงกิจกรรม SOFT LAUNCH  ที่ผ่านมา  ล้วนได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย  คาดว่าแบรนด์ดังสัญชาติฝรั่งเศส ภายใต้การดูแลของ บมจ.โอซีซี จะสามารถเพิ่มยอดขายในกลุ่มสินค้าเครื่องสำอางให้สูงขึ้นอีก 20%”
              คุณธีรดา  อำพันวงษ์  ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงสภาวะเศรษฐกิจในปี 2559ที่ผ่านมาว่า “สถานการณ์โดยรวมไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจ การลงทุน รวมถึงการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค โดยรวมถือว่าดีขึ้น แต่ก็ยังมีปัจจัยลบจากความอ่อนไหวของเศรษฐกิจโลก และภาระหนี้สินครัวเรือนที่ยังส่งผลต่อเนื่องอยู่ ธุรกิจเครื่องสำอางถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ไม่น้อยไปกว่าอุตสาหกรรมหลักอื่นๆ ด้วยมูลค่าของตลาดรวมกว่า 2.6 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศประมาณ 1.7 แสนล้านบาท และผลิตเพื่อส่งออกอีกประมาณ 9.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งวันนี้ภาพรวมของตลาดเครื่องสำอางยังสามารถขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องเผชิญกับเศรษฐกิจและกำลังซื้อของตลาดที่ชะลอตัว มีแบรนด์ใหม่ทั้งจากยุโรป  อเมริกา และเอเชีย เข้ามาแชร์ตลาดเพิ่มขึ้น โดยช่วงปลายปี 2559 ตลาดเครื่องสำอางในประเทศเติบโตราว 5% และทั้งปีเติบโตได้ถึง 8 % (มูลค่าตลาดและอัตราการเติบโตทั้งหมดอ้างอิงจากข้อมูลของยูโรมอนิเตอร์) อย่างไรก็ตามการคาดการณ์อัตราการเติบโตดังกล่าว  ยังไม่รวมปัจจัยอย่างการทดลองปรับภาษีนำเข้าเครื่อง สำอางให้เหลือ 0% ที่สมาคมผู้ค้าปลีกไทยได้หารือกับทางรัฐผ่านกระทรวงการคลัง โดยมีแผนที่จะร่วมมือกับซัพพลายเออร์ทดสอบตลาดเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2560 และหากมีการนำร่องนโยบายลดภาษี 0% เกิดขึ้นจริง  จะยิ่งทำให้สัดส่วนเครื่องสำอางนำเข้าเพิ่มสูงขึ้นอีก 40-50%  ซึ่งจะส่งผลให้การแข่งขันทางการตลาดในปี 2560 มีความรุนแรงขึ้นด้วย”      
                   “สำหรับ บมจ. โอซีซี  วางเป้าหมายเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว  15 % โดยในปี 2016  สามารถทำยอดขายได้กว่า 1,400 ล้านบาท สินค้าในความดูแลขององค์กรแบ่งเป็นธุรกิจเครื่องสำอาง และแฮร์แคร์ 85% อาทิ เครื่องสำอาง คัฟเวอร์มาร์ค, ซันเกรส, เค เอ็ม เอ และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม  บี เอส ซี และชิเซโด้ โปรเฟสชั่นนอล  ธุรกิจเสื้อผ้า 15%  อาทิชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ กีลาโรช, เสื้อผ้า กุนเซ่ และเอราวอน ฯลฯ และปลายปี 2016 ได้มีการเปิดเคาน์เตอร์เครื่องสำอางแบรนด์ใหม่  PAUL & JOE  สัญชาติฝรั่งเศส   ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งถือเป็นอินเตอร์แบรนด์ที่มีชื่อเสียงอย่างมากทั้งในแถบยุโรป อเมริกา และเอเชีย สร้างสรรค์ขึ้นโดยดีไซเนอร์ชื่อดัง โซเฟีย  มิเชลี่ (SOPHIE MECHALY) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ PAUL  & JOE  ซึ่งประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับจากรันเวย์แฟชั่นระดับโลก  ซึ่งสีสันความงามในมุมมองของ โซเฟีย  มิเชลี่ (SOPHIE MECHALY) นั้น ไม่ใช่แค่จุดประกายความมีชีวิตชีวา  แต่ยังนำพาความสุข ความสนุกสนาน และความกล้าที่จะแตกต่าง มาสู่ทัศนคติของผู้หญิงอีกด้วย โดยบมจ. โอซีซี นำเข้าสินค้าในกลุ่ม Base Make-Up  50%, Point  Make-Up 30%,  Accessories 10%, Skincare 10% รวมกว่า 300 รายการ  ซึ่งแบรนด์เครื่องสำอาง PAUL & JOE นั้น มีความเป็น UNIQUE  โดดเด่น และแตกต่างจากเครื่องสำอางอินเตอร์แบรนด์อื่นๆอย่างชัดเจน  ทั้งแบรนด์คาแรคเตอร์ คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในระดับ High Quality บรรจุภัณฑ์มีความล้ำสมัย หรูหรา มีรายละเอียด เฉกเช่นชิ้นงานศิลปะที่มีกลิ่นไอของความเป็น retro modern ซ่อนอยู่ สีสันแต่ละซีซั่นมีความสดใหม่ บางเบา และเป็นธรรมชาติ ซึ่งคาดว่าแบรนด์ PAUL & JOE ที่โอซีซีกรุ๊ปนำเข้ามาเสริมทัพให้ธุรกิจ จะสามารถผลักดันตัวเลขผลประกอบการในกลุ่มเครื่องสำอาง    ให้เติบโตสูงขึ้นตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ในปี 2017 นี้   
                    “สำหรับช่องทางการวางจำหน่ายนั้น ได้วางแผนที่จะขยายเคาน์เตอร์ให้บริการเพิ่มขึ้นในปีนี้อีก 4 จุด เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่คาดว่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น
พร้อมวางงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมทางการตลาด สื่อโฆษณา – ประชาสัมพันธ์ รวมถึงกิจกรรม Online  และโปรโมชั่น ณ จุดขาย ไว้อย่างต่อเนื่องกว่า 10 ล้านบาท   ในช่วงครึ่งปีแรก  อาทิ เดือนกุมภาพันธ์ จนถึง เมษายน 2560 แฟนคลับ  PAUL & JOE  จะได้เข้าร่วมกิจกรรม WORK SHOP แบบ EXCLUSIVE กับเหล่า BEAUTY  BLOGGER  ชื่อดังถึง  6 ท่าน เพื่ออัพเดทเทรนด์ความงาม และการดูแลสุขภาพผิวให้สวย กระจ่างใส อย่างยั่งยืน นอกจากนั้นทาง PAUL & JOE  ยังมีสินค้า Collection พิเศษเพื่อฉลองครบรอบ 15 ปี ของแบรนด์ในช่วงเดือนเมษายนปี 2017 อีกด้วย สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์  PAUL & JOE ได้ที่ www.facebook.com/PaulJoeBeaute.TH